วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557



รายการ เทย เที่ยว ไทย ตอน 66  เที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี




ถนนคนเดิน เพลินเมืองเก่า จ.อุบลราชธานี



                                     ผู้จัดทำ


1. นายกฤตนัย              วิกัยวัตร                 รหัส   5417400018
                                                     
2. นางสาวจริยา            ไชยสาร                 รหัส   5417400052

3. นางสาวศิวพร            เจริญสัตยธรรม       รหัส   5417400632  
                              
4. นางสาวสุพัตรา          สีส่วน                    รหัส   5417400720
                 
5. นางสาวณัฏฐณิชา      มุขสมบัติ               รหัส   5417405408




ร้านหมูยอ "ตองหนึ่ง"



              หากมองหาร้านหมูยอสักร้านจะซื้อเป็นของฝาก ก่อนจากลาเมืองอุบลราชธานี แนะนำร้านนี้เลยครับ เขาดังเรื่องหมูยอ เราก็ตามมาพิสูจน์ อยากได้กลับบ้านไปกินที่กรุงเทพฯสักหน่อย "ร้านตองหนึ่ง” ของฝากอร่อยๆที่ทางร้านจำหน่ายไม่ได้มีแค่หมูยอ แต่มีอย่างอื่นให้เลือกซื้อด้วยจร้า ไม่ว่าจะเป็น ไส้กรอก กุนเชียง หมูหยอง แค็บหมู แหนมเนือง แหนมซี่โครง หมูเค็ม แหนมห่อใบมะยม กุนเชียง หมูหยอง แค็บหมู หมูฝอย หมูสวรรค์ 

กุนเชียง

ไส้กรอก

น้ำพริกต่างๆ


           ทำไมร้านนี้จึงได้รับความสนใจนะหรือ คงเป็นที่รสชาติอร่อยของหมูยอเชื่อถือได้ครับ คนก็มาซื้อกันไม่ขาดสาย หมูยอเขาก็ดูจะทำใหม่ๆตลอดเพราะขายดีมาก อีกอย่างราคาไม่แพงด้วยครับ หมูยอแท่งเล็ก 20 บาทเท่านั้น แท่งใหญ่ 30 บาท ส่วน หมูยอขนาดจัมโบ้ 50 บาท หมูยอหนัง 30บาท ซึ่งสะดุดตาเห็นว่า ขนาดของหมูยอกกำลังดี กินหนึ่งชิ้นหนึ่งมื้ออร่อยแล้วล่ะครับ แค่ 20-30 บาทนี้ไม่แพง 


            เค็มบักนัด (เค็มสับปะรด) ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อของจังหวัดอุบลราชธานี ทำด้วยเนื้อปลาสวายหรือปลาเทโพ หั่นเป็นชิ้นยาวๆ ดองในน้ำเกลือและเนื้อสับปะรดที่ซอยเป็นชิ้นเล็กๆ บรรจุในขวดแก้ว สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลายอย่าง เช่น อาหารประเภทหลน มีจำหน่ายทั่วไปในตัวเมือง

             **นอกจากนี้ยังมีร้านหมูยอให้เลือกซื้อ เลือกทานอีกมากมายหลายร้าน เช่น ร้านแม่ฮาย ร้านดาวเงิน ร้านดาวทอง เป็นต้น นอกจากจะมีหมูยอจำหน่ายแล้วยังมีสินค้าอื่นๆขายด้วย เช่น เส้นก๋วยจั๊บ แหนมเนืองชุด หมูเค็ม ฯลฯ 







       สินค้าในร้าน”ระหว่าง( )ทาง”ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และของที่ระลึกอื่นๆ หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์วัยรุ่นที่กำลังได้รับความนิยม สไตล์ญี่ปุ่น หรือเกาหลี ล้วนแล้วแต่เป็นวัสดุที่แพร่หลายและนิยมใช้กันในท้องถิ่น อีกทั้งผ้าที่ใช้ในการทอยังเป็นผ้าฝ้าย ผ้าไหม หรือผ้าขิด การย้อมสีผ้าทอต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นศิลปวัฒนธรรมในตัวของชนชาวอีสานเอง และถือเป็นเอกลักษณ์ที่ล้ำค่าของภาคอีสานอีกด้วย


ที่อยู่ : ถ.เขื่อนธานี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 
โทรศัพท์ : 089-7007013 , 089-1836622 , 089-8413885 



ร้าน Ounrak T shrit


          ร้าน Ounrak T shrit จำหน่ายเสื้อคู่เสื้อครอบครัว เสื้อแฟชั่นในรูปแบบอบอุ่น นอกจากนี้ ยังจำหน่ายเสื้อยืด คอกลมคอวีทั้งปลีกเเละส่ง รับออกแบบลายเสื้อ พร้อมสกรีน เสื้อทีม เสื้อแก้งค์ เสื้อบริษัท เสื้อร้านค้าโฆษณา

ช่องทางการติดต่อ
โทรศัพท์ : 088-3524206 (คุณภัทร)
ID LINE : Aunrak_ubon
Facebook : www.facebook.com/Aunrak.ubon
Email : suvapat.kanasoon@gmail.com

ผ้ากาบบัว ผ้าขึ้นชื่อของจังหวัดอุบลฯ



        ผ้ากาบบัว เป็นชื่อผ้าที่ถูกกล่าวถึงในวรรณกรรมโบราณอีสานหลายเรื่อง คำว่า "กาบ" ในภาษาอีสานมีความหมายถึง เปลือกหุ้มชั้นนอกของต้นไม้บางชนิด เช่น เปลือกหุ้มต้นกล้วย เรียก กาบกล้วย หุ้มไม้ไผ่ เรียก กาบลาง กลีบหุ้มดอกบัว เรียก กาบบัว (สารานุกรมภาษาอีสาน-ไทย-อังกฤษ : ปรีชา พิณทอง) ผ้ากาบบัวอาจจะทอด้วยไหมหรือฝ้าย โดยมีเส้นยืน (Warh) ย้อมอย่างน้อยสองสีเป็นริ้ว ตามลักษณะ "ซิ่นทิว" ซึ่งมีความนิยมแพร่หลายแถบอุบลฯ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เส้นพุ่ง (Weft) จะเป็นไหมสีมับไม (ไหมปั่นเกลียวหางกระรอก) มัดหมี่และขิด
  
           จังหวัดอุบลราชธานี มีชื่อเสียงในด้านการทอผ้าพื้นเมืองมาช้านาน เห็นได้จากวรรรกรรมโบราณอีสานและประวัติศาสตร์ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดอุบลราชธานี ได้ปรากฏให้เห็นเด่นชัดถึงความประณีตสวยงาม แสดงออกถึงภูมิปัญญาของผู้ทอผ้าที่ได้รังสรรค์บรรจงด้วยจิตวิญญาณ ออกมาเป็นลวดลายอันวิจิตร สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

           ปัจจุบัน ผ้ากาบบัว ได้รับการสืบสานให้เป็นผ้าเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดอุบลราชธานี เป็นที่นิยมในวงการแฟชั่นผ้าไทย มีการสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ลายกาบบัวตั้งแต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไปจนถึงวัยรุ่นด้วยรูปแบบที่หลากหลาย

สามารถเข้าไปดูร้านของที่ระลึกเพิ่มเติมได้ที่ http://www.hugubon.com/edt/souvenirs

ร้านอาหารขึ้นชื่อจังหวัดอุบลราชธานี


ร้าน สามชัยกาแฟ 2000


ชื่อร้าน : สามชัยกาแฟ
รายการอาหาร : อาหารเช้า โจ๊ก อาหารเวียดนาม กาแฟโบราณ
เวลาเปิดบริการ : 06.00-15.00 น.

ที่ตั้งร้าน : ถนนผาแดง ตรงข้ามศาลจังหวัดอุบลราชธานี อ.เมืองอุบลราชธานี, อุบลราชธานี Thailand


          สัมผัสร้านอาหารเช้า อันดับ 1 สามชัยกาแฟ ภายใต้สโลแกนที่ว่า "บรรยากาศยามเช้าที่คุยคุ้นเคยลองริ้มชิมรสกาแฟโบราณ ชาโบราณที่ทางร้านคัดสรรเมล็ดกาแฟจากภาคเหนือ (ARABEKA) มาคั่วเอง หอมกรุ่นพร้อมทั้งเมนูเด็ดๆ อาหารแนะนำ เช่น โจ๊ก ธรรมดาที่ไม่ได้ธรรมดา น้ำชุบกระดูกหมู หอมหวาน ใช้หมูสับเนื้อนุ่มกรอบอร่อย ต้มเลือดหมูรสเด็ด เป็นอาหารที่คนไทยเชื้อสายจีน หรือคนจีนนิยมรับประทานกันในตอนเช้า ก๋วยจั๊บญวนพริกเผา เป็นอาหารของชาวเวียดนาม ร้านสามชัยกาแฟนิยมใช้เส้นเล็กที่เหนียวนุ่มมีหมูยอกระเทียมเจียวโรยหน้า และที่สำคัญพริกเผาที่ผัดเองรสชาดแซบเข้มข้นถึงใจจริงๆ ไข่กะทะ ก็เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของร้านเหมือนกัน ยิ่งกินแกล้มกับขนมปังยัดใส้ถ้วยแล้วอร่อยอย่าบอกใครเลย (ต้องกินขณะร้อนๆ ) อาหารจานเด่นของเขายังมีอีกหลายอย่าง เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวต้มปลากระพง หมูยอทอดสูตรเด็ด
      กาแฟที่ร้านสามชัยกาแฟของเรานั้น ใช้กาแฟพันธ์อาราบิกาคั่วด้วยเตาถ่านซึ่งให้กลิ่นหอมละมุนและรสชาติกาแฟสไตล์โบราณอย่างแท้จริง รวมไปถึงชาร้อน เมนูชาต่างๆ ที่คัดสรรชาจีนรสชาติดีบวกกับสูตรการชงเก่าแก่ของทางร้านให้รสชาติที่น่าลิ้มลองนัก



        สำหรับเมนูอาหารเช้าแบบเบาๆ สามชัยกาแฟขอแนะนำไข่กระทะที่เสริฟพร้อมขนมปังปาเต โจ๊กร้อนๆ แสนอร่อย หรือจะเป็นต้มเลือดหมูรสกลมกล่อมทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยไปอีกแบบ ทั้งเรายังมีเมนูข้าวต้มต่างๆ อีกด้วยสำหรับลูกค้าที่ชอบทานอาหารเช้าแบบเบาๆ อาหารหนัก
         ในส่วนของลูกค้าที่ต้องการอาหารพลังงานสูงทางร้านสามชัยกาแฟเรามีอาหารจานเด่นอีกหลายอย่าง อาทิเช่น ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ก๋วยจั๊บญวณ สูตรดั้งเดิมทานคู่กับพริกเผาสูตรเด็ดของทางร้านก็อร่อยใช่ย่อยทีเดียว


ร้านก๋วยจั๊บ 99 รสเด็ด



 

          เป็นร้านก๋วยจั๊บเวียดนามที่มีชื่อเสียงของจังหวัดอุบลราชธานี ก๋วยจั๊บแบบเส้นเล็ก ใส่ กระดูกหมู น่องไก่ ปีกไก่ ไก่ฉีก ไข่นก หมูยอ และ เลือดหมู ลูกค้ามาอุดหนุนกันแน่น มีทั้งใส่ถุงและทานที่ร้าน พอประมาณ 2 ทุ่ม ก๋วยจั๊บกระดูกหมูจะหมดก่อน                                                                                                                  
         การเดินทางก็ไม่ยากเลยครับ ถ้ามาจากสะพานข้ามแม่น้ำมูล (รัตนโกสินทร์ 200 ปี) ให้ตรงไปตามถนนอุปราช แล้วเลี้ยวขวาที่แยกถนนพิชิตรังสรรค์ จากนั้นตรงไปเรื่อย ร้านจะอยู่หัวมุมตัดกับถนนเทพโยธี ใกล้โรงแรมลายทองครับ ก็มาทานกันได้ทุกวัน ช่วงเย็นๆค่ำๆ แต่อย่าดึกมากนะครับ เพราะเดี๋ยวจะหมดเอาได้
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่หัวมุมถนน สี่แยกไฟแดงถนนพิชิตรังสรรค์ ตัดกับถนนเทพโยธี ใกล้โรงแรมลายทอง
เบอร์โทรศัพท์ : 045 260424                                                                                                  เวลาเปิด-ปิดให้บริการ : 16.30-21.00

ร้านอาหาร ก.แก้วลาบเป็ด

 

 

                ร้านอาหารอีสานเก่าแก่ ที่เปิดให้บริการมานานหลายปี เมนูลาบเป็นของร้านนี้โด่งดังไกลจนกลายเป็นร้านที่ใครๆ ก็ต้องแวะมาลิ้มลอง นอกจากนี้ยังมีเมนูแซบๆ ให้ลิ้มลองอีกหลายอย่าง เป็นร้านอาหารอีสานทีี่โดดเด่นด้วยเมนู ลาบเป็ดโรยหน้าด้วยหมี่กรอบ เป็นร้านที่ได้รับความนิยมจากคนใน พื้นที่เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ต้มเป็ด ปลาช่อนลุยสวน เป็ดแดดเดียว บรรยากาศภายในร้านล้อมรอบไปด้วยบึงน้ำ

ที่อยู่ : 225 ถนนแจ้งสนิท ตำบลแจระแม อำเภอเมืองอุบลราชธานี อุบลราชธานี 34000
เบอร์โทรศัพท์ : 045-281197
วันและเวลาเปิดปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 11.30-21.00 น.
การเดินทาง : จาก ตัวเมืองอุบลราชธานี ใช้ถนนแจ้งสนิท ตรงไปสถานีวิยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ร้าน ก แก้วลาบเป็ด อจะอยู่ติดกับสถานีวิยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.อุบลราชธานี อยู่ด้านขวามือ ตรงข้ามโรงเรียนบ้านท่าบ่อ
ที่จอดรถ : ที่จอดรถของร้าน ก แก้วลาบเป็ด





                ร้านกอล์ฟเฟอร์เฮาส์ (Golfer House) เป็นร้านอาหารเวียดนาม ตั้งอยู่ที่ถนนพิชิตรังสรรค์ ใกล้กับทุ่งศรีเมือง  เป็นร้านเล็กๆ  แต่การันตีได้เลยว่าทุกเมนูอร่อยไปเสียหมดค่ะสั่งอะไรมาก็หมดอย่างรวดเร็ว  ทั้งอร่อยและหน้าตาดีด้วย ผักที่นี่ก็สดและดูสะอาด ช่วยส่งเสริมให้อาหารดูน่ากินมากยิ่งขึ้นทีเดียวค่ะ 





                มีเมนูหนึ่ง ชื่อว่า หมูหนาว เมนูชื่อแปลก หาทานไม่ง่ายนัก ตามร้านอาหารทั่วๆ ไป  เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มและผักดอง และเมนูที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คงจะเป็น ไข่เจียวเวียดนาม หรือ พิซซ่าเวียดนาม ที่ทางร้านเรียกนั่นแหล่ะ ค่ะ เป็นอาหารจานไข่ใส่วุ้นเส้นและหมูสับ นำไปทอดจนสุกกรอบนอก เนื้อในนุ่มและแน่น แม่ครัวเก่งมากๆ ที่ทำอาหารจานนี้ได้ยอดเยี่ยมมากเพราะเมนูนี้จะค่อนข้างมีความหนาพอสมควร แต่ว่าเค้ากลับทอดมันจนสุกทั่วทั้งแผ่น และไม่อมน้ำมันจนเกินไปซะด้วย เป็นเมนูที่เราขอยกนิ้วให้เลยล่ะ




ภาพ : เมนูอาหารติดอยู่ที่ฝาผนัง จะได้เลือกกันได้แบบเห็นหน้าตาอาหาร




              นอกจากเมนูที่ว่าไปแล้ว ก็มีอีกหลากหลายเมนูที่อร่อยอีกเช่นกัน เช่น เมี่ยงสอดไส้ ที่มีไข่นุ่มๆ สุกกำลังพอดีอยู่ด้านใน หรือจะเป็นแหนมเนือง ที่เป็นเมนูยอดฮิตประจำร้านอาหารเวียดนามก็อร่อยเช่นกัน จะขอยกตัวอย่างเมนูต่างๆ ที่มีในร้านมาไว้ให้นะคะ เผื่อเพื่อนคนไหนจะแวะไปทานกัน เผื่อจะโทรสั่งอาหารไว้ล่วงหน้า  เมนูแนะนำของทางร้าน ได้แก่  ปากหม้อญวน-หมูยอ เมี่ยงสอดไส้ หมูมะเฟือง ขนมเบื้อง หมูหนาว ไข่เจียวเวียดนาม ยำไก่บ้าน เมี่ยงสด เมี่ยงทอด  ยำหัวปลี ข้าวผัดเวียดนาม  
เปิด : 10.00 - 20.00 น.
ที่ตั้ง : 457-459 ถ.พิชิตรังสรรค์  อ.เมือง จ.อุบลราชธานี  34000
โทร :  045- 261 196
เว็บไซต์ golfferhouseubon

7 วัดยอดนิยมของชาวอุบล


1. วัดมหาวนาราม


วัดมหาวนาราม หรือวัดป่าใหญ่ถือว่าเป็นวัดอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ที่ชาวอุบลฯ ต้องไปไหว้ ถือว่าเป็นวัดประจำจังหวัดอุบล เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของอุบลฯ พิธีการสำคัญทางศาสนาต่างๆ ต้องมาจัดที่วัดนี้
               ปูชนียวัตถุที่สำคัญของวัดนี้คือ พระเจ้าใหญ่อินแปลง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ก่ออิฐถือปูน พร้อมกับลงรักปิดทอง ลักษณะศิลปะแบบลาว ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 3 เมตร สูงจากเรือนแท่นถึงเปลวพระโมลี 5 เมตร ถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ของจังหวัดอุบลราชธานี



2. วัดหนองป่าพง 


เคยมีนักท่องเที่ยวบอกกับไกด์อุบลว่า ถ้ามาอุบลฯ แล้วไม่ได้ไปวัดหนองป่าพง ถือว่าไปไม่ถึงอุบลฯ ผมคิดว่าน่าจะมีมูลความจริงอยู่มาก เพราะนักท่องเที่ยวบางท่าน ถึงขนาดเจาะจงให้เป็นเป้าหมายหลักของการเที่ยวอุบล และคนอุบลฯ ก็ชอบพาแขกบ้านแขกเมืองมาเที่ยววัดหนองป่าพงกันครับ
                อยู่ ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ ห่างจากตัวเมืองอุบลฯ ไปทาง อ.กันทรลักษ์ประมาณ 20 กม. มีเกจิอาจารย์ที่เคารพศรัทธา คือ หลวงปู่ชา สุภัทโธ พระป่าสายวิปัสนากรรมฐาน มรณภาพแล้วเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2534 มีพิธีพระราชทานเพลิงในปี 2535 ซึ่งต่อมาได้สร้างเจดีย์โพธิญาณไว้เพื่อเป็นที่เก็บอัฐิของหลวงปู่ชา ซึ่งชาวอุบลและพุทธศานิกชนนิยมมากราบไหว้ นอกจากนี้ ภายในวัดยังมี พิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณ เป็นอาคารที่จัดแสดงเครื่องอัฐบริขาร และหุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่ชา ด้วย


               3. วัดทุ่งศรีเมือง



 เป็นวัดที่นักท่องท่องเที่ยวส่วนใหญ่รู้จักดีครับ อาจเป็นเพราะมีภาพ หอไตรกลางน้ำ ผ่านสื่อท่องเที่ยวต่างๆ มายาวนาน แน่นอนครับ มาเที่ยวอุบล ต้องมาแวะชมหอไตรกลางน้ำวัดทุ่งฯ ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาของคนสมัยก่อน ในการเก็บตำรับตำรา เอกสารสำคัญต่างๆ ไม่ให้มด มอด ปลวกมากัดกิน
               ไปถึงวัดทุ่งศรีเมืองแล้ว ต้องไปกราบ พระเจ้าใหญ่ศรีเมือง ที่ประดิษฐานอยู่บนวิหารศรีเมือง พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 2.39 เมตร ซึ่งมีประวัติสร้างมานานพร้อมสร้างเมืองอุบลราชธานี พ.ศ. 2335 ด้านข้างของหอไตรฯ เป็นพระอุโบสถ เชิญกราบรอยพระบาทจำลอง และพระเจ้าใหญ่องค์เงิน พร้อมชมภาพจิตรกรรมฝาผนังด้วยครับ

              4. วัดศรีอุบลรัตนาราม








 เดิมชื่อ วัดศรีทอง ต่อมาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เปลี่ยนชื่อเป็น วัดศรีอุบลรัตนาราม วัดนี้มีพระอุโบสถที่สร้างตามแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง คือ พระแก้วบุษราคัม
               พระแก้วบุษราคัม  เป็นพระพุทธปฏิมากรปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน แกะสลักจากแก้วบุษราคัม หน้าตักกว้าง 3 นิ้ว สูงจากเรือนแท่นถึงเปลวพระโมลี 5 นิ้ว มีความงามสง่าตามพุทธลักษณะทุกประการ ประดิษฐานอยู่ที่พระอุโบสถ
               ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีพิธีอัญเชิญพระแก้วบุษราคัม มาให้ชาวอุบลและพุทธศาสนิกชนกราบไหว พร้อมกับสรงน้ำ ซึ่งไกด์อุบลเชื่อว่า ชาวอุบลมากกว่า 90% จะต้องเคยไปสรงน้ำพระแก้วบุษราคัมในช่วงงานสงกรานต์มาแล้ว


               5. วัดสุปัฏนารามวรวิหาร 







เป็นวัดธรรมยุติวัดแรกของจังหวัดอุบลราชธานี สร้างในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4
             พระอุโบสถวัดสุปัฏนาราม ได้รับอิทธิพลจีน คือตัวอาคารมีระเบียง เสานางเรียงทรงสี่เหลี่ยมล้อมรอบ ระหว่างเสาก่ออิฐเป็นรูปโค้งเรือนแก้วแบบโกธิคของฝรั่งเศส ตัวอาคารไม่ทำหน้าต่างแต่ทำเป็นประตูแทน โดยรอบทางด้านหน้าและด้านข้าง หลังคาทรงจั่วชั้นเดียวมีปีกนก 2 ข้างคลุมชาลา หน้าจั่วเรียบเต็มเสมอเสาด้านหน้า มีลายปูนปั้นเป็นลายไทยผีมือช่างญวน มีปูนปั้นรูปสิงโตหมอบยิ้มอยู่ข้างละ 1 ตัว ซึ่งแตกตางไปจากโบสถ์อื่นๆ ที่นิยมทำพญานาคเฝ้าบันได ชาวอุบล นิยมไปไหว้พระและให้อาหารปลาบริเวณท่าน้ำเขตอภัยทานของวัด


6. วัดหนองบัว 


ชาวอุบลนิยมเรียก วัดพระธาตุหนองบัว เนื่องจากมีพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษของพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2500 
             พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์นั้น ได้จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รอบองค์พระธาตุเป็นกำแพงแก้ว ซึ่งทั้ง 4 มุม ของกำแพงแก้ว ได้ประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็กอีก 4 องค์ ภายในองค์พระธาตุมีประตูทางเข้าทั้ง 4 ด้าน ต่อมามีการสร้างพระธาตุองค์ใหญ่ครอบพระธาตุองค์เดิม  พร้อมกับทำพิธียกฉัตรทองคำ พระบรมธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ขึ้น ในเวลา 09.59 น. วันที่ 5 มีนาคม 2531


7. วัดสระประสานสุข 



เดิมชื่อ วัดบ้านนาเมือง หรือวัดสระประสานสุข ครับ นอกจากจะมีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว เพราะมีอุโบสถทำด้วยกระเบื้องเคลือบทั้งหลังตั้งอยู่บนเรือสุพรรณหงษ์ ยังมีเกจิอาจารย์ชื่อดัง เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวอุบลและพุทธศาสนิกชนทั่วไป ได้แก่ หลวงปู่บุญมี โชติปาโล (มรณะภาพเมื่อปี 2547) ซึ่งปัจจุบันลูกศิษย์ยังได้เก็บสรีระหลวงปู่ไว้ในโลงแก้วให้กราบไหว้
ปัจจุบัน ลูกศิษย์ของหลวงปู่ ยังได้ดำเนินตามดำริของหลวงปู่ต่อไป โดยสร้างอุโบสถบนเรือกลางน้ำ หัวเป็นพญานาค 5 เศียร เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจของชาวอุบล พาลูกหลานไปให้อาหารปลาและเต่าซึ่งมีคนมาปล่อยไว้








สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อจังหวัดอุบลราชธานี

1. น้ำตกแสงจันทร์




น้ำตกแสงจันทร์ (น้ำตกรู) เป็นน้ำตกอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ที่อำเภอโขงเจียม ทางไป อ.เขมราฐ ระหว่างทาง ผ่าน อุทยานแห่งชาติผาแต้ม และน้ำตกสร้อยสวรรค์ ถึงก่อนน้ำตกทุ่งนาเมือง 1 ก.ม. เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมาก และพิเศษคือ สายน้ำจากลำห้วยท่าล้ง จะตกลงปล่องหินลงสู่เบื้องล่าง ซี่งมองดูแล้ว คล้ายกับแสงจันทร์ที่เต็มดวงได้สาดส่องลงมา อีกทั้งเมื่อสายน้ำกระทบสู่ผืนน้ำเบื้องล่างยังจะกระจายตัวเป็นรูปหัวใจสีขาวน่าอัศจรรย์ บริเวณโดยรอบนั้น มีโขดหินน้อยใหญ่เรียงรายกันอยู่ และมีต้นไม้นานาพันธุ์ ซึ่งดูแล้วคล้ายกับสวนญี่ปุ่น บริเวณเบื้องล่างนั้นเป็นถ้ำ ซึ่งสามารถตั้งแคมป์ได้เป็นอย่างดี ฤดูที่ควรไปเที่ยว คือ ฤดูฝน ถึงย่างเข้าฤดูหนาว
  
การเดินทาง: ห่างจากน้ำตกทุ่งนาเมืองเพียง 2.7 กม.

2. น้ำตกตาดโตน



             น้ำตกตาดโตน  เป็นน้ำตกขนาดเล็ก แต่มีความสวยงามไม่แพ้น้ำตกอื่นๆ น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อยู่ในท้องที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองไปประมาณ 90 กิโลเมตร  เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่ง นี้เกิดจากลำห้วยตาดโตน ที่ส่งกระแสน้ำให้ตกลงสู่ชั้นหินแนวโค้ง ลงสู่พื้นเบื้องล่าง ในลักษณะม่านฝน จนก่อให้เกิดเป็นแอ่งน้ำ  มีน้ำเย็นใสสะอาด เหมาะแก่การลงเล่นน้ำเป็น อย่างมาก  ฤดูกาลท่องเที่ยว เดือนมิถุนายน-ธันวาคมของทุกปี สำหรับการมาเที่ยวชมน้ำตก จะมีความสวยงามที่สุดในปลายช่วงหน้าฝนเข้าสู่หน้าหนาว บริเวณรอบๆน้ำตก จะเต็มไปด้วยป่าไม้นานาพันธุ์ เหมาะแก่การศึกษาความรู้ทางธรรมชาติ


การเดินทาง ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2173 ซึ่งแยกจากทางหลวงหมายเลข 217 เข้าไปประมาณ 6 กิโลเมตร


3. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม


 อุทยานแห่งชาติผาแต้ม มีเนื้อที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วยสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่านานาชนิด มีจุดเด่นที่สวยงามตามธรรมชาติมากมาย เช่น ผาแต้ม น้ำตกสร้อยสวรรค์ เสาเฉลียง ถ้ำปาฏิหารย์ ภูนาทาม เป็นต้น อีกทั้งยังได้มีการค้นพบภาพเขียนสีโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว 3,000-4,000 ปี ที่บริเวณผาขาม ผาแต้ม ผาเจ็ก ผาเมย และถือได้ว่า เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกในประเทศไทยที่มีแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศลาว เป็นแนวเขตอุทยานแห่งชาติที่ยาวที่สุด ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ป่าเขาทางฝั่งประเทศลาวได้เป็นอย่างดี
ผู้มาเยือนเข้าไปสัมผัสความมหัศจรรย์จากธรรมชาติหลากหลายแง่มุม ตั้งแต่เสาเฉลียง ลานหินกว้าง ไปจนถึงภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ตามหน้าผาต่างๆ อย่างน่าศึกษา

การเดินทาง: จากน้ำตกสร้อยสวรรค์ มุ่งหน้าไปทาง อ.โขงเจียม บนทางหลวงหมายเลข 2112 ประมาณ 18 กม. จะถึง อช.ผาแต้ม

4. มหัศจรรย์เมืองหินแห่งสามพันโบก



หนึ่งในสุดยอดแหล่งท่องเที่ยวของอุบลราชธานีที่วันนี้ทุกคนต้องมาเยือนโดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนมิถุนายนของทุกปี หลังสายน้ำในแม่น้ำโขงลดลงจนเผยให้เห็นเกาะแก่งหินที่ถูกกระแสน้ำขัดเกลาจนเกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติกินอาณาบริเวณกว้างไกลสุดตายตา ราวกับเมืองแห่งความลับใต้บาดาลดูสวยงามยามต้องแสงสีทองของดวงตะวันไม่ว่าจะเป็นยามเช้าหรือเย็นย่ำล้วนตรึงทุกสายตาให้จดจ่อและดื่มด่ำกับภาพนั้นยาวนานที่สุด คงไม่ผิดนักหากเปรียบที่นี่ดัง "แกรนด์แคนยอนเมืองไทย" ด้วย "โบก"อันเกิดจากกระแสน้ำโขงได้กัดเซาะหินทรายจนกลายเป็นหลุมเป็นแอ่งมากมายหลายขนาด กลายเป็นผลงานสร้างสรรค์จากธรรมชาติอันไพศาลชื่อว่า "สามพันโบก" ซึ่งจะพาทุกจินตนาการหลุดลอยไปกับสายน้ำ

การเดินทาง:  อ.โพธิ์ไทร อยู่ห่างจากบ้านลาดเจริญประมาณ 30 กม.

5. ผาชนะได


ผาชนะไดตั้งอยู่ในเขตป่าดงนาทาม คือจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นจุดแรกสุดในเมืองไทย เป็นชะง่อนผาที่ยื่นตระหง่านไปในฝั่งโขงในช่วงฤดูหนาว นอกจากจะได้ทักทายดวงตะวันสาดแสงเหนือสายน้ำโขงแล้ว ยังเป็นฤดูกาลบานสะพรั่งของเหล่าดอกไม้ป่าที่เบ่งบานอวดสีสันรับสายลมหนาว
การเดินทาง: จาก อ.โพธิ์ไทร มุ่งหน้าไป อ.โขงเจียม ใช้ทางหลวงหมายเลข 2112 ประมาณ 43 กม. จะถึงป่าดงนาทาม

6. ซืนวาน 




สถานที่ท่องเที่ยวแบบย้อนยุคในวันวาน Community Mall แห่งใหม่ในจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งในเวลานี้ยังสร้าง ไม่เรียบร้อย สมบูรณ์แต่เปิดให้เข้าชมเป็นบางส่วน  ประกอบด้วยอาคารไม้ชั้นเดียวสีน้ำตาลเข้ม ที่ชวนให้หวนระลึกถึงบ้านหลังเก่าอันอบอุ่น เสริมเติม แต่งด้วยสิ่งคุ้นเคยเมื่อวันวาน โดยการนำข้าวของเครื่องใช้ในอดีต เช่น ผ้าขาวม้า กระติบข้าวเหนียว หรือเอกลักษณ์อื่น ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์รวมถึง วิถีชีวิตของชาวอุบลฯ มาประกอบเรื่องราว ภายใต้บรรยากาศต้นไม้และดอกไม้ ที่ร่มรื่น รวมทั้งร้านค้าต่าง ๆ เช่น ร้านกาแฟสด โซนร้านอาหาร โซนขายเสื้อผ้า ขายของที่ระลึก ที่มีให้ได้เลือกชมและเลือกชิมกันอย่างเพลิดเพลิน คำว่า ซืนวาน การสลับคำระหว่าง ‘วานซืนกลายเป็น ซืนวาน” สื่อความหมายที่ไม่แตกต่างกัน แต่เป็นเพียงลูกเล่นเพื่อสร้างความง่ายต่อการจดจำ เพราะความโดดเด่นของตลาดในอำเภอวารินชำราบ อยู่ที่การนำ ความเก่าของยุคก่อนมาผสมผสานกับความใหม่ร่วมสมัย พร้อมเพิ่มกลิ่นอาย ของภาคอีสานเข้าไว้ด้วยกัน เช่น ผ้าขาวม้า กระติบข้าวเหนียว หรือเอกลักษณ์อื่นๆของชาวอุบลฯ         

การเดินทาง : ถนนสถลมาร์ค (วารินฯ-เดชอุดม) หรือทางหลวงหมายเลข 24 โครงการตั้งอยู่ระหว่าง แยกกกแต้ และ ธกส.วาริน ( เลยแยกกกแต้ มาประมาณ 500 เมตร อยู่ฝั่งซ้ายมือ ส่วน ธกส.วารินอยู่เลยไปอีกประมาณ 300 เมตร อยู่ด้านขวามือครับ )

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสถานที่ที่คุณสามารถไปสัมผัสบรรยากาศได้ เข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ 10 สถานที่เที่ยวสุดฮิตในจังหวัดอุบล